ระบบการจำแนกตำแหน่งใหม่
   
 

  แนวคิดในการปรับปรุง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.  ....

  พ.ร.บ. ระเบียบราชการพลเรือน พ.ศ. …. ร่างขึ้นโดยคำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้
  1. โดยเน้นที่ความสามารถ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
  2. หลักความรู้ความสามารถที่จำเป็น และเหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
  3. หลักผลงาน มีการให้คุณให้โทษโดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ
  4. หลักการกระจายอำนาจ   เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ส่วนราชการ  ในการปฏิบัติงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ
     สาระหลักในการปรับปรุง พ.ร.บ.
  5. หลักความสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตและการทำงาน

  นอกจากนี้   ร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ยังมุ่งที่จะเปลี่ยนมุมมองต่อระบบบริหารข้าราชการ    จากเดิมที่เน้นการพัฒนาข้าราชการให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน   ยึดกระบวนการทำงานและประสิทธิภาพเฉพาะส่วน    เปลี่ยนเป็นเน้นให้ข้าราชการเป็นผู้รู้รอบ รู้ลึก และเป็นแรงผลักดันที่สำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร มุ่งเน้นที่ประชาชน สร้างคุณค่า   และผลผลิตผลลัพธ์ โดยมีตัวแปรที่สำคัญในการปรับเปลี่ยนคือ การปรับระบบจำแนกตำแหน่ง    เพื่อเป็นฐานให้ราชการมีระบบทรัพยากรบุคคลที่บริหารข้าราชการอย่างเหมาะสมตามลักษณะงาน ผลงานและความรู้ความสามารถ

  หลักการพื้นฐาน 3 ประการที่ใช้ในการปรับปรุง พ.ร.บ.
  1. เพื่อให้การบริหารงานตามยุทธศาสตร์ขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการมี “ ข้าราชการคุณภาพ” เป็นกลไกสำคัญ
     ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจนว่า ระบบข้าราชการมีไว้เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ
  2. เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของการบริหารโดยระบบคุณธรรม ซึ่งระบุว่าราชการต้องปฏิบัติต่อข้าราชการด้วยระบบบริหารทรัพยากรบุคคล
     ที่มีความเสมอภาค เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
  3. เพื่อกำหนดให้ค่านิยมสร้างสรรค์เป็นหลักปฏิบัติสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งได้แก่
     1) ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง
     2) ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ
     3) โปร่งใส ตรวจสอบได้
     4) ไม่เลือกปฏิบัติ
     5) มุ่งผลสัมฤทธิ์



  สาระหลักในการปรับปรุง พ.ร.บ.

  ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. …. แสดงถึงการปรับเปลี่ยนระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาคราชการ ซึ่งมี 2
  องค์ประกอบหลัก ได้แก่ แสดงถึงการปรับเปลี่ยนระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาคราชการ ซึ่งมี 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
  1. กลไกระบบบริหารทรัพยากรบุคคล
  2. กลไกระบบพิทักษ์คุณธรรม

   โดยมีสาระสำคัญ ได้แก

     เพิ่มประเภทข้าราชการพลเรือนวิสามัญ
     ปรับปรุงระบบตำแหน่งและประเภทตำแหน่งของข้าราชการพลเรือน สามัญให้เหมาะสมกับลักษณะงานเพื่อจ่ายค่าตอบแทน
       ที่เป็นธรรม
     ให้มีกระบวนการสรรหาบุคคลในระบบเปิด เพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและเพื่อแต่งตั้ง
       ข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งในบางกรณี
     กระจายอำนาจการบริหารทรัพยากรบุคคลให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดดำเนินการมากขึ้น
     รับปรุงระบบวินัย อุทธรณ์ และร้องทุกข์ ให้มีความเข้มแข็ง
     มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)



  กลไกระบบบริหารทรัพยากรบุคคลในภาคราชการปรับเปลี่ยนระบบบริหารทรัพยากรบุคคลใน 7 ด้าน ได้แก่
  1. ระบบการกำหนดตำแหน่ง
  2. โครงสร้างชั้นงานและประเภทตำแหน่งใหม่
  3. วิธีการกำหนดตำแหน่ง
  4. การบริหารโดยยึดหลักความรู้ความสามารถ
  5. ระบบค่าตอบแทน
  6. ผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้ง
  7. การเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างแรงจูงใจ


  ระบบการกำหนดตำแหน่ง

  การจัดประเภทตำแหน่งให้สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบันซึ่งเดิมมีการกำหนดประเภทตำแหน่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
  1. ตำแหน่งประเภทบริหารระดับกลางและระดับสูง
  2. ตำแหน่งประเภทวิชาการและวิชาชีพเฉพาะ และ
  3. ตำแหน่งประเภททั่วไป

  โดยมีมาตรฐานกลางในการกำหนดระดับตำแหน่งเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งเรียกกันง่าย ๆ ว่า “ ซี”  คือ การมี Common Level   ที่กำหนดร่วมกันไว้เป็น 11 ระดับ ในขณะที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้จะยกเลิก “ ซี” หรือ Common Level   และจัดทำมาตรฐานกำหนดระดับตำแหน่งแยกตามลักษณะของประเภทตำแหน่ง ซึ่งร่าง พ.ร.บ.   ฉบับใหม่มีการกำหนดประเภทตำแหน่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
  1. ตำแหน่งประเภทบริหาร มีระดับดังนี้
     - ระดับต้น
     - ระดับสูง
  2. ตำแหน่งประเภทอำนวยการ มีระดับดังนี้
     - ระดับต้น
     - ระดับสูง
  3. ตำแหน่งประเภทวิชาการ มีระดับดังนี้
     - ระดับปฏิบัติการ
     - ระดับชำนาญการ
     - ระดับชำนาญการพิเศษ
     - ระดับเชี่ยวชาญ
     - ระดับทรงคุณวุฒิ
  4. ตำแหน่งประเภททั่วไป มีระดับดังนี้
     - ระดับปฏิบัติงาน
     - ระดับชำนาญงาน
     - ระดับอาวุโส
     - ระดับทักษะพิเศษ




  โครงสร้างชั้นงานและประเภทตำแหน่งใหม่  
   ขยาย คลิกที่นี่ี่

  วิธีการกำหนดตำแหน่ง
  ในการกำหนดตำแหน่งตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เน้นกระจายอำนาจไปยังส่วนราชการ กล่าวคือ เดิม ก.พ. จัดทำมาตรฐานกำหนด
  ตำแหน่งโดยกำหนดระดับมาตรฐานกลาง ( Common Level) หรือที่เรียกกันว่า “ ซี”และเป็นผู้กำหนดทั้งจำนวนและระดับตำแหน่ง
  ให้แก่ส่วนราชการ ส่วนราชการจะสามารถกำหนดระดับตำแหน่งได้เฉพาะที่ ก.พ. มอบอำนาจให้ ในขณะที่ตามร่าง พ.ร.บ.
  ฉบับใหม่นี้ ก.พ. จะจัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตามแนวทางระบบจำแนกตำแหน่งใหม่ โดยจะมอบอำนาจให้ส่วนราชการ   กำหนดจำนวนตำแหน่งได้ ้ตามกรอบงบประมาณและหลักเกณฑ์ และจัดตำแหน่งได้ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตามที่
  ก.พ. กำหนดไว้



  การบริหารโดยยึดหลักความรู้ความสามารถ
  ทุกกระบวนการของการบริหารทรัพยากรบุคคลตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ เน้นที่ความรู้ความสามารถเป็นหลัก กล่าวคือ
  ทั้งกระบวรการสรรหา การคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง การพัฒนา การกำหนดตำแหน่ง การให้คุณให้โทษ
  การเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจ และอื่น ๆ จะดำเนินการโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถเป็นสำคัญ



  ระบบค่าตอบแทน
  มีการปรับปรุงให้เงินเดือนพื้นฐานสอดคล้องกับค่างานอย่างแท้จริง เนื่องจากระบบเงินเดือนแบบเดิม ใช้บัญชีเงินเดือน
  เดียวกับทุกประเภทตำแหน่ง ทำให้ไม่ยืดหยุ่นและไม่สนับสนุนการทำงานรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นผลงานและการพัฒนาความรู้
  ประกอบกับบัญชีเงินเดือนพื้นฐานห่างจากภาคเอกชนมาก จึงไม่สามารถดึงดูดหรือจูงใจให้ผู้มีความรู้ความสามารถ
  เข้ามารับราชการ และไม่สามารถรักษาผู้มีศักยภาพสูงไว้ได้ ดังนั้นจึงมีการปรับปรุงระบบเงินเดือนใหม่ โดยกำหนดให้ม
ี  บัญชีเงินเดือนหลากหลาย แยกตามประเภทตำแหน่ง เพื่อประโยชน์ทั้งในการปรับอัตราเงินเดือนให้สอดคล้องกับตลาด
  และการบริหารผลงาน และความรู้ความสามารถของข้าราชการแต่ละประเภทได้คล่องตัวรวมทั้งสะท้อนค่างานของ
  ตำแหน่งในแต่ละประเภทได้อย่างแท้จริง


  บัญชีเงินเดินขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทบริหาร

  


  บัญชีเงินเดินขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ
  


  บัญชีเงินเดินขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทวิชาการ

  


  บัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ  ตำแหน่งประเภททั่วไป
  



  บัญชีอัตราเงินเดือนประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ

                   1. ประเภทบริหาร
     
                  2. ประเภทอำนวยการ
       

          3. ตำแหน่งประเภทวิชาการ
     

  ที่มา : เว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. http://www.ocsc.go.th

 


     สงวนลิขสิทธ์  ® 2006 กองการเจ้าหน้าที่   กรมสรรพสามิต      
1488 ถ.นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม 10300 โทร 0 22414771 โทรสาร 0 2241 477