การประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์       ประกาศ ว 10
 
  ลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการประเมินผลงาน

 
ก. กรณีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น
    การคัดเลือกบุคคลเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ให้ดำเนินการ
ตามองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้
    1. คุณสมบัติของบุคคล ผู้ขอรับการคัดเลือกต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.กำหนด
    (ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ จาก ก.พ.7)  ได้แก่
      1. ข้อมูลทั่วไป เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการรับราชการ ประวัติการฝึกอบรม/ดูงาน ประสบการณ์ใน
        การทำงานและ อัตราเงินเดือนปัจจุบัน
      2. กรณีผู้ขอรับการคัดเลือกโอนมาจากหน่วยงานอื่นจะต้องดำรงตำแหน่งในสายงานที่จะขอรับการคัดเลือก
        อย่างน้อยเป็นเวลา 1 ปี  
      3. กรณีการนับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้ง จะต้องมีคำสั่งรักษาราชการแทน
        หรือรักษาการในตำแหน่ง  หรือคำสั่งมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอย่างชัดเจนรวมทั้งต้องมี
        การปฏิบัติงานจริงด้วย  
      4. คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
        (1) มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง หรือ
               ได้รับยกเว้นจาก ก.พ. แล้ว  
        (2) มีคุณสมบัติในเรื่องเกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของสายงานต่างๆ และ/หรือคุณวุฒิเพิ่มเติมครบถ้วน
               ตามที่ ก.พ.กำหนดหรือได้รับยกเว้นจาก ก.พ. แล้ว  
        (3) มีระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งตามคุณวุฒิและระดับ
          ตำแหน่งที่จะแต่งตั้งดังนี้   
          การนับระยะเวลาเกื้อกูล  
          กรณีผู้ขอรับการคัดเลือกมีคุณสมบัติตรงตามที่ ก.พ.กำหนดแต่มีระยะเวลาขั้นต่ำ ในการดำรงตำแหน่งใน
          สายงานที่จะแต่งตั้งไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ (ตามตาราง) และต้องนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งอื่นๆ
          มานับรวมเป็นระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งมีแนวทางในการพิจารณา ดังนี้
            1. ผู้ขอรับการคัดเลือกจะต้องดำรงตำแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งหรือได้ปฏิบัติหน้าที่ในสายงาน
               ที่จะแต่งตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี  
            2. ในกรณีที่ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามข้อ (1) ไม่ครบ 1 ปี อาจพิจารณานำระยะเวลาการ
              ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งในสายงานอื่นซึ่งมีลักษณะงานเชิงวิชาการหรือวิชาชีพ
              ที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลกับสายงานที่จะแต่งตั้งหรือระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ในสายงาน
              ที่จะแต่งตั้ง มานับรวมเป็นระยะเวลาดำรงตำแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้งให้ครบ 1 ปีได้
              โดยให้นับได้เฉพาะการดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ในสายงาน
              ที่เริ่มต้นจากระดับ 3 หรือระดับ 4 หรือสายงานที่เทียบเท่ากรณีเป็นข้าราชการตามกฎหมายอื่น
              และขณะนำเวลาดังกล่าวมานับผู้นั้นต้องมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
              และ ข้อกำหนดอื่นที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง
            3. ให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งในสายงานอื่นที่เริ่มต้นจากระดับ 3 และ
              อยู่ในกลุ่มตำแหน่งเดียวกับสายงานที่ขอรับการคัดเลือกเป็นระยะเวลาปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
              หรือเกื้อกูลได้เต็มเวลา
            4. กรณีผู้ขอรับการคัดเลือกที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งในสายงานอื่นที่เริ่มต้นจากระดับ 3
              และไม่อยู่ในกลุ่มตำแหน่งเดียวกัน กับสายงานที่ขอรับการคัดเลือกให้พิจารณาจากลักษณะงาน
              ที่ปฏิบัติของตำแหน่งที่จะนำมาพิจารณา นับเกื้อกูล โดยเปรียบเทียบกับลักษณะงานปฏิบัติ
              ของตำแหน่งที่จะขอรับการคัดเลือกดังนี้
              4.1 หากลักษณะงานที่ปฏิบัติจริงเปรียบเทียบตรงกันเกินครึ่งหนึ่งขึ้นไปให้นับเป็นระยะเวลา
        การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลเต็มเวลา
              4.2 หากลักษณะงานที่ปฏิบัติจริงเปรียบเทียบตรงกันไม่ถึงครึ่งหนึ่งให้นับเป็นระยะเวลาการ
       ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลไม่เกินครึ่งหนึ่ง
            5. การนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งในสายงานที่ไม่ได้เริ่มต้นจาก ระดับ 3
              หรือสายงานที่เทียบเท่ากรณีเป็นข้าราชการตามกฎหมายอื่น มานับรวมเป็นระยะเวลาขั้นต่ำ
              ในการดำรงตำแหน่งในสายงานที่จะแต่งตั้ง ให้นับได้ตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ 3
              หรือเทียบเท่า และมีคุณวุฒิปริญญาตรี ซึ่งตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและ
              ข้อกำหนดอื่นที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง
              ลักษณะงานที่ปฏิบัติจริงและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ดังนี้
               5.1 ถ้าเป็นสายงานเจ้าหน้าที่บริหารงานที่เกี่ยวข้องหรือเกื้อกูลกับสายงานที่จะแต่งตั้ง ให้นับเป็น
        ระยะเวลาการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง หรือเกื้อกูลได้เต็มเวลา
              5.2 การนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 และ 2 หรือสายงานที่
       เทียบเท่า  กรณีเป็นข้าราชการตามกฎหมายอื่นให้นับได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาการ
        ปฏิบัติงานที่นำมานับ
            6. ให้นับระยะเวลาของบุคคลซึ่งปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี
              ยะลา) เป็นระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่ง หรือเคยดำรงตำแหน่งเป็นเวลาทวีคูณ
              ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่
              ข้างต้น  (ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 35 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2547)
          ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ขอนำระยะเวลาในสายงานอื่นมาเกื้อกูล ผู้ขอรับการคัดเลือกจะต้องแสดงรายละเอียด
เกี่ยวกับลักษณะงานที่ปฏิบัติจริงที่จะนำมาใช้เป็นประโยชน์เกื้อกูลกับตำแหน่งที่ขอรับการคัดเลือก
และต้องให้ผู้บังคับบัญชาในช่วงเวลานั้นๆ ให้การรับรองเอกสารหรือผลการปฏิบัติงานที่นำมาแสดง
ด้วย ทั้งนี้ ผู้ขอรับการคัดเลือกควรจัดทำรายละเอียดประกอบการพิจารณา คุณสมบัติในเรื่องระยะเวลา
เกื้อกูลตามตารางรายละเอียดประกอบการพิจารณาคุณสมบัติในเรื่องระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
     
     
    2. การประเมินคุณลักษณะของบุคคล
                กองการเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสำรวจข้อมูลผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ อ.ก.พ.กรมกำหนด แล้วแจ้งให้ผู้บังคับ
บัญชาของข้าราชการผู้นั้น ดำเนินการประเมินคุณลักษณะของบุคคล ตามแบบประเมินคุณลักษณะของบุคคล
(เอกสารหมายเลข 2) โดยผู้ขอรับการคัดเลือกต้องจัดทำเอกสารหมายเลข 1 และ 3 เพื่อประกอบ การพิจารณาด้วย
ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ขอรับการคัดเลือกโดยตรง(ฝ่าย/ส่วน) และผู้บังคับ
บัญชาเหนือขึ้นไป 1 ระดับ (กอง/สำนัก/ศูนย์/ภาค/พื้นที่) จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดการให้คะแนนในแต่ละ
องค์ประกอบโดยมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน ผู้ขอรับการคัดเลือกต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน และ
ผู้บังคับบัญชาทั้ง 2 ระดับ มีความเห็นสอดคล้องกันจึงจะถือว่าผ่านการประเมินคุณลักษณะของบุคคล
               
    3. การเสนอผลงานเพื่อขอรับการคัดเลือกบุคคล
     ผลงานที่จะนำมาเสนอเพื่อขอรับการคัดเลือก(เอกสารหมายเลข 3) จะต้องอยู่ในเงื่อนไข ดังนี้
      1.  เป็นผลงานที่จัดทำขึ้นในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าระดับ ที่จะประเมิน 1 ระดับ (อาจเป็นผลงาน
        ที่ต่อเนื่องกันมาใน 2 ระดับแล้วมาสำเร็จในระดับซึ่งต่ำกว่าระดับที่จะประเมิน) เว้นแต่คณะกรรมการประเมินผลงาน
        จะกำหนดเป็นอย่างอื่นแต่อย่างน้อยต้องมีผลงานที่ต่ำกว่า 1 ระดับอยู่ด้วย หากเป็นกรณี โอน ย้าย บรรจุกลับ
        สามารถนำผลงานในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในระดับเดียวกับระดับที่ขอรับการคัดเลือกมาประเมินได้
      2. ไม่ใช่ผลงานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อขอรับปริญญา หรือ ประกาศนียบัตร
        หรือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม
      3. กรณีที่เป็นผลงานร่วมกันของบุคคลหลายคน จะต้องแสดงให้เห็นถึงว่าผู้เสนอผลงานประเมินได้มีส่วนร่วมใน
        การจัดทำ หรือผลิตผลงานในส่วนใด หรือเป็นสัดส่วนเท่าใด และมีคำรับรองจากผู้มีส่วนร่วมในผลงานนั้น
        และจากผู้บังคับบัญชาด้วย
      4. ผลงานที่นำมาใช้ประเมินเพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงขึ้นแล้วจะนำมาเสนอให้ประเมิน
        เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งในระดับที่สูงขึ้นอีกไม่ได้
      5. การเสนอผลงานเพื่อขอรับการคัดเลือก ต้องเสนอผลงานจำนวน 2 เรื่อง ดังนี้
        5.1 ผลงานที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมาที่เป็นผลสำเร็จของงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่
          ความรับผิดชอบของผู้นั้น ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องจัดทำผลงาน ขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในการประเมินโดยเฉพาะ
          โดยนำมาสรุปวิเคราะห์ถึงผลที่เกิดขึ้นการใช้แนวคิดเชิงวิชาการ หรือข้อกฎหมายที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
          และนำเสนอในรูปแบบของการเขียนผลงานทางวิชาการ
        5.2 ผลงานเชิงข้อเสนอแนวคิด วิธีการ เพื่อพัฒนางานหรือปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรเป็นแนวคิด
           วิสัยทัศน ์ หรือแผนงานที่จะทำในอนาคตเพื่อพัฒนางานใน ตำแหน่งที่จะได้รับการแต่งตั้ง และสอดคล้อง
          กับแผนยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิต รวมทั้งควรเป็นแนวคิดหรือแผนงานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
          หมายเหตุ 1. ผลงาน 2 เรื่องข้างต้น ให้เสนอในรูปแบบตามแบบเสนอผลงานเพื่อขอรับการคัดเลือก
                  (เอกสารหมายเลข 3 ส่วนที่ 1และ 2)
               2. ผลงานเชิงข้อเสนอแนวคิดฯ (ผลงานตามข้อ 5.2) อาจเป็นผลงานที่แสดงถึงแนวคิดเพื่อ
                   พัฒนางานในผลงานที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา (ผลงานตาม ข้อ 5.1) หรือ เป็นผลงาน
                   ที่เสนอแนวคิดเพื่อพัฒนางานซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิตที่ไม่เกี่ยว
     เนื่องกับผลงานตามข้อ 5.1
      6. กรณีผู้ขอรับการคัดเลือกโอน หรือบรรจุกลับมาจากหน่วยงานอื่น ผลงานที่จะนำมาเสนอจะต้องเป็นผลงาน
        ที่ก่อประโยชน์ให้แก่กรมสรรพสามิต
      7. เค้าโครงเรื่อง (แบบสรุปผลงานเพื่อขอรับการคัดเลือก) จะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานแสดงว่าผลการปฏิบัติงาน
        นั้น ได้ผ่านการอนุมัติ หรือได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ควบคุมดูแล ทั้งนี้เค้าโครงเรื่อง
        ที่จะนำเสนอเพื่อขอรับ การคัดเลือกต้องสำเร็จ  หรือกำลังจะสำเร็จพร้อมส่งผลงานที่สมบูรณ์ได้ภายในวันที่กรม
        ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก
      8. คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเป็นผู้พิจารณาเบื้องต้นว่าผลงานและเค้าโครงเรื่องที่ผู้ขอรับการคัดเลือกเสนอเป็น
        ผลการดำเนินงานที่สามารถนำมาพิจารณาเพื่อขอรับการคัดเลือกได้
       
    เมื่อผู้ขอรับการคัดเลือกได้จัดทำเอกสารหมายเลข 1,2,3 ส่งกองการเจ้าหน้าที่แล้วกรมจะดำเนินการพิจารณา
    คัดเลือกบุคคลและประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกโดยเปิดเผย ตำแหน่งละ 1 คน รวมทั้งชื่อผลงานที่จะส่งประเมิน
    พร้อมทั้ง เค้าโครงเรื่องสัดส่วนของผลงานในส่วนที่ตนเองปฏิบัติ และรายชื่อผู้ร่วมจัดทำผลงาน (ถ้ามี) ให้ข้าราชการ
    ในสังกัดกรมสรรพสามิตได้ทราบทั่วกันทาง Intranet (เครือข่ายกรมสรรพสามิต) หรือ Web Site ทั้งนี้ จะแจ้ง
    ผู้ได้รับคัดเลือกทราบเพื่อให้ส่งผลงานตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการประเมินผลงานกำหนด โดยเปิดโอกาสให้มีการ
    ทักท้วงได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศผลการคัดเลือก
       
      กรณีที่มีผู้แสดงตนเพื่อทักท้วงในเรื่องผลงานซ้ำซ้อนหรือลอกเลียนผลงาน หากพบว่ากรณีมีมูลกรมจะดำเนินการ
    ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 0707.3/ว 5 ลงวันที่ 12 เมษายน 2542 แต่ถ้าตรวจสอบแล้วมีหลักฐานว่า
    ข้อทักท้วงนั้น เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่สุจริตกรมจะดำเนินการสอบสวนผู้ทักท้วงเพื่อหาข้อเท็จจริง แล้วดำเนินการ
    ตามที่สมควรต่อไป
     
     
    ผลงานที่ส่งประเมิน
      1. ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลที่อ.ก.พ.กรมแต่งตั้ง และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
        52 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 เห็นชอบแล้วหรือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจาก
        ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 แล้วแต่กรณีให้ส่งผลงานประเมินตามหัวข้อเรื่องที่ได้เสนอไว้ในขั้นตอน
        การคัดเลือกบุคคล
      2. ผลงานจำนวน 2 เรื่อง ซึ่งประกอบด้วยผลงานที่เป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและผลงานเชิงข้อเสนอแนวคิด
        เพื่อพัฒนางาน ให้ส่งตามหัวข้อเรื่องที่ได้เสนอไว้ในขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลโดยผู้จัดทำผลงานควรนำ
        เสนอผลงานในเนื้อหาสาระที่จำเป็นสามารถแสดงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพปัญหา วิธีการดำเนินการ
        รวมถึงประโยชน์ในการนำไปใช้ให้เกิดผลดีต่อกรมจึงจะถือว่าเป็นผลงานที่ถูกต้องตามเจตนารมณ์
        ของ ก.พ.และกรมสรรพสามิต
      3. ให้มีการเปิดเผยผลงานต่อสาธารณะ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหรือใช้อ้างอิงและป้องกันการลอกเลียนผลงาน
        เช่น นำไปลงใน Intranet หรือลง website เป็นต้น
               
    การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
      ผู้ขอรับการคัดเลือกที่ผ่านการประเมินบุคคลและผลงานแล้ว สามารถแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ขอรับการประเมิน
    ได้ ตั้งแต่วันที่กองการเจ้าหน้าที่ได้รับผลงานที่มีเอกสาร หลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์สามารถนำไปประกอบการพิจารณา
    ได้ทันที  โดยไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของผลงานแต่ไม่ก่อนวันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม
    คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและหลักเกณฑ์อื่นที่ อ.ก.พ.กรมสรรพสามิตกำหนด
               
  ข. กรณีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อย้าย โอน หรือบรรจุกลับ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใน
    ระดับที่ไม่สูงกว่าเดิม
          หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลที่กำหนดสำหรับกรณีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการประเมินผลงาน
    เพื่อเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ดังกล่าวข้างต้นให้ใช้กับกรณีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการ
    ประเมินผลงานเพื่อย้าย โอน หรือบรรจุกลับเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าเดิมด้วย
               
    หลักเกณฑ์และวิธีการอื่นๆ นอกเหนือจากที่กำหนดตามรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น
          ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตาม
          หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 15 กันยายน 2548
                 
    ประกาศ อ.ก.พ. กรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการประเมินผลงาน
 
 
       
สงวนลิขสิทธ์ ® 2006 กองการเจ้าหน้าที่ กรมสรรพสามิต
1488 ถ.นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม 10300 โทร 0 22414771 โทรสาร 0 2241 477